ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักจะได้ใช้เทคโนโลยี AI ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การยืนยันตัวตนเพื่อใช้อุปกรณ์สื่อสาร การเรียน การทำงาน สุขภาพ รวมถึงการจัดอีเวนต์ให้น่าสนใจด้วยเช่นกัน
แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นแนวคิดของมนุษย์ที่หวังจะสร้างเทคโนโลยีให้มีความฉลาดมาตั้งแต่ยุคโบราณ และผ่านการพัฒนามาแล้วหลายครั้ง บทความนี้ any i จะขอพาไปย้อน Timeline วิวัฒนาการของ AI ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับการประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวันว่าจะเป็นอย่างไร
เริ่มจากปี ค.ศ. 1943 Warren McCulloch และ Walter Pitts ได้เสนอแนวคิด และสร้างแบบจำลอง Neural Networks หรือที่เรียกกันว่า “โครงข่ายประสาทเทียม” ขึ้นมา ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบการเรียนรู้ของ AI ที่มีโมเดลเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1949 Donald Hebb ได้วิจัยต่อยอดแนวคิดโครงข่ายประสาทเทียมจนได้แนวคิดใหม่ที่มีชื่อว่า Hebbian Learning
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1950 Marvin Minsky และ Dean Edmonds ได้นำแนวคิดมาสร้างระบบโครงข่ายใยประสาทตัวแรกของโลกที่สร้างจากหลอดสุญญากาศจำนวน 3,000 หลอด และมีหน่วยประสาทจำนวน 40 หน่วย มีชื่อว่า ‘SNARC’ ในขณะเดียวกัน Alan Turing ได้เสนอแนวคิดที่มีชื่อว่า “Turing Test” โดยจะทดสอบกับเทคโนโลยีในยุคนี้ว่าสามารถคิดได้เหมือนมนุษย์หรือไม่ ซึ่งถ้าคิดได้เหมือนจริงแสดงว่าเทคโนโลยีนั้นมีความฉลาด และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ AI ถือกำเนิดขึ้นมา
หลังจากที่ Alan Turing ได้เสนอแนวคิด Turing Test ออกไป ทำให้มีนักวิทยาศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์วิจัย และต่อยอดแนวคิดนี้มากขึ้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1955 John McCarthy พร้อมกับนักวิจัยอีกหลายคนเสนอทฤษฎีอัตโนมัติ (Automata Theory) ซึ่งเกี่ยวกับโครงข่ายใยประสาท และความฉลาดของเทคโนโลยีในการประชุมรวมตัวนักวิจัยชั้นนำที่มหาวิทยาลัยดาร์ทมัธ (Dartmouth College) และได้เริ่มใช้คำว่า “Artificial Intelligence” ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
ตั้งแต่นั้นมา เริ่มมีการวิจัย AI โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา AI แบบสัญลักษณ์ (Symbolic AI) ซึ่งเป็นการสร้างระบบให้เทคโนโลยีในยุคนี้ทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด (Rule-Based System) และแก้ไขปัญหาเชิงตรรกะได้ แต่จะไม่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้รับ
ยกตัวอย่างงานวิจัยในยุคนี้
เมื่อ AI ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จที่แก้ปัญหาเชิงคณิตศาสตร์ได้ ทำให้นักวิจัยหลายคนเกิดความคาดหวังสูงว่าจะพัฒนา AI ให้ฉลาดมากขึ้นอีก แต่ทว่า คอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของพลังในการประมวลผลที่น้อยเกินไป ทำให้ AI ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างที่คาดไว้ ส่งผลให้นักวิจัยไม่สามารถพัฒนา AI ต่อได้อีก ก่อให้เกิดเป็นความผิดหวัง และหันไปวิจัยเทคโนโลยีอื่นที่มีความเป็นไปได้มากกว่าแทน
เดิมทีนักวิจัยมุ่งเน้นแต่พัฒนา AI แบบสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาข้อมูลที่ซับซ้อนได้ บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งจึงพยายามจะฉีกกรอบข้อจำกัดของ AI โดยการพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียมให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้เอง หรือเรียกอีกอย่างว่า Machine Learning ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระบวนการเรียนรู้ข้อมูลของ AI ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้
ผลปรากฏว่า AI สามารถเรียนรู้ข้อมูลที่ป้อนเข้าไป และทำนายผลลัพธ์จากข้อมูลได้โดยไม่ต้องกำหนดกฎเกณฑ์ล่วงหน้าเหมือน AI ยุคก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ยังแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้นักวิจัยหลายคนหันมาสนใจ AI อีกครั้งด้วยความหวังที่อยากจะพัฒนา AI ให้มีความแม่นยำมากขึ้นในหลายด้าน
ยุคนี้เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญ คอมพิวเตอร์มีความก้าวหน้าสูง จึงมีการพัฒนา AI ให้มีพลังประมวลผลมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถของ AI ให้สามารถแก้ปัญหาได้เฉพาะด้าน ส่งผลให้มีเทคโนโลยี AI ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้มนุษย์เกิดขึ้นมากมาย
ยกตัวอย่างเทคโนโลยี AI เช่น
เมื่ออินเทอร์เน็ตได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย และส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นนั้น ทำให้คอมพิวเตอร์ต้องเก็บข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์ และประมวลผลในปริมาณที่มหาศาลมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “Big Data” จึงนำไปสู่การสอน AI ให้สามารถเรียนรู้ข้อมูลได้มากขึ้น และทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้อีกหลายชั้น โดยนำกระบวนการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์แบบ Machine Learning มาพัฒนาต่อให้ฉลาดขึ้นอีกหนึ่งระดับ นั่นคือ Deep Learning
ด้วยเหตุนี้ ทำให้มีบริษัทเทคโนโลยีหลายเจ้า นำ AI ที่มีการเรียนรู้แบบ Deep Learning ไปสร้างเทคโนโลยีที่มีความฉลาดสูงเพื่อให้สามารถช่วยเหลือมนุษย์ และประยุกต์ใช้เป็น AI ในชีวิตประจำวันได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องราวของ AI ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลกอีกครั้ง เมื่อปลายปี ค.ศ. 2022 OpenAI ได้เปิดตัวเทคโนโลยี AI Chatbot ที่มีชื่อว่า “ChatGPT” ซึ่ง AI จะไม่ใช่ Traditional AI ที่ประมวลผล และแก้ปัญหาง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความเร็ว และประสิทธิภาพในการทำงานกับข้อมูลเยอะ ๆ อีกต่อไป แต่ใช้นวัตกรรมยุคใหม่ที่เรียกว่า Generative AI ในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ จากคำสั่งของมนุษย์ที่ป้อนข้อมูลเพื่อช่วยหาคำตอบให้ภายในไม่กี่วินาที
การมีอยู่ของ ChatGPT ได้สร้างปรากฏการณ์ให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจ AI มากขึ้น กลายเป็นเทคโนโลยี AI ที่โด่งดังที่สุดในตอนนั้น ทำให้บริษัทคู่แข่งด้าน AI ไม่ว่าจะเป็น Google และ Anthropic ต้องรีบเปิดตัวเทคโนโลยี Generative AI ของตัวเองตามกันมา เช่น Gemini, Claude, Perplexity และอื่น ๆ
ปัจจุบัน AI สามารถแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ได้มากกว่าสมัยก่อน ทำให้มีการใช้ AI ในชีวิตประจำวันมากขึ้น แทบจะใช้ในทุกกิจกรรมของแต่ละคนเลยทีเดียว
AI ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนกับเพื่อนคู่ใจที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แก้ปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถสังเกตได้จากโปรแกรม AI ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นประจำ แอปพลิเคชันที่มีการใช้ AI มากขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI ตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยจะขอยกตัวอย่าง AI ที่มักจะพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ดังนี้
ไม่ว่าจะเป็น AI Assistant ที่จะทำความเข้าใจ และตอบสนองคำสั่งของผู้ใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น Siri ของ Apple และ Alexa ของ Amazon รวมทั้ง Generative AI ที่สามารถวิเคราะห์ข้อความหรือคำถามที่ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้น (Prompt) และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอได้ตามต้องการ เช่น ChatGPT, Gemini, Midjourney และ Perplexity เป็นต้น
AI ในชีวิตประจำวันด้านสุขภาพมักจะนำไปใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา รวมถึงเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วย อาทิ Chatbot ตอบคำถามปัญหาสุขภาพ และการใช้ยา หรือจะเป็นเทคโนโลยี AI ช่วยวินิจฉัยโรคจากข้อมูลของอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ผลเอ็กซ์เรย์ รวมถึงเทคโนโลยี AI ตรวจสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น
สังเกตกันไหมว่า เวลาจะใช้แอปพลิเคชัน หรือปลดล็อกสมาร์ตโฟน จะใช้ AI ที่มีความสามารถในการจดจำและสแกนใบหน้าของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำในการยืนยันตัวตน (Face Recognition) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และป้องกันมิจฉาชีพ เช่น FaceID ของ Apple และ Amazon Rekognition ของ Amazon
ตอนนี้ เทคโนโลยีดูแลสุขภาพยังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง จึงมีการนำ AI มาใช้กับระบบ Smart Living มากขึ้น เช่น การแพทย์ทางไกล ระบบขนส่งไร้คนขับ รวมทั้งระบบบ้านอัจฉริยะที่จะวิเคราะห์อุณหภูมิ ความสว่าง และส่วนต่าง ๆ และปรับการตั้งค่าภายในบ้านให้เป็นมิตรกับผู้พักอาศัย
เป็นอีกหนึ่ง AI ในชีวิตประจำวันที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นเทคโนโลยี AI แบบ Deep Learning ที่สร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ในรูปแบบภาพ เสียง รวมทั้ง วิดีโอจากข้อมูลเริ่มต้นได้ จึงสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้หลากหลายสายงาน เช่น งานวิเคราะห์ข้อมูล งานสร้างสรรค์สื่อ ภาพ AI เป็นต้น
มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้กับงานอีเวนต์มากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในงาน และได้รับรู้สึกประทับใจกลับไป เช่น แบรนด์ หรือออร์แกไนเซอร์นำตู้ถ่ายภาพ AI SNAP หรือ AI Photobooth มาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับคนในงานผ่านการถ่ายภาพที่สามารถเลือกธีม ปรับแต่งกรอบได้ และพิมพ์ภาพถ่ายเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ ได้ด้วย
AI ในชีวิตประจำวันผ่านการพัฒนามาแล้วหลายครั้งตั้งแต่อดีต โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเสนอแนวคิดการทำงานของ AI ในช่วงปี 1940s และเริ่มวิจัย AI ครั้งแรกในช่วงปี 1950s จนกระทั่งเจอข้อจำกัดด้านการประมวลผลที่ทำให้ AI ไม่ได้ไปต่อในช่วงปี 1970s และกลับมาพัฒนาอีกครั้งในช่วงปี 1980s ให้สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ ต่อมาในช่วงปี 1990s - ปัจจุบัน ได้นำ AI ไปใช้กับเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น หุ่นยนต์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แอปพลิเคชัน รวมไปถึงเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อยกระดับการใช้งานให้หลากหลายด้านมากขึ้น เช่น ผู้ช่วยส่วนตัว การดูแลสุขภาพ การยืนยันตัวตน Smart Living การจัดอีเวนต์ด้วยตู้ถ่ายภาพ AI SNAP
หากนักจัดอีเวนต์ Organizer หรือ ธุรกิจใดที่ต้องการตู้ถ่ายภาพ AI SNAP รวมถึง เช่าอุปกรณ์อีเวนท์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาจาก any i ผ่านช่องทางแชตบนหน้าเว็บไซต์
ช่องทางการติดต่ออื่น ๆ
Email: contact@anyimedia.com
LINE Official: @anyi
เบอร์โทรศัพท์: 061-023-7370
ทาง any i ยินดีให้บริการทุกท่านเสมอ
ที่มา
การใช้ AI ในชีวิตประจำวัน: เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราให้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จาก Netka
ย้อนวิวัฒนาการในรอบ 75 ปี ปัญญาประดิษฐ์ จาก ThaiPBS
ความเป็นมาของ AI จาก ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
A HISTORY OF Al วิวัฒนาการ 'ปัญญาประดิษฐ์' เค้าคิดขึ้นมาได้ยังไง จาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
สรุปย่อวิวัฒนาการของ AI การมาของ Generative AI และ ChatGPT ผลกระทบต่อมนุษยชาติ แล้วเราจะอยู่กันยังไง? จาก Thailand Edutainment Network
วิวัฒนาการ AI: จากจุดกำเนิดสู่ยุคเฟื่องฟู | ประวัติศาสตร์ AI และ Data Science ที่น่าทึ่ง จาก AUDIT ASSURANCE AND CONSULTING
ต้นกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จาก ICHI media
Big Data คืออะไร? ประโยชน์และตัวอย่างการใช้ Big Data ในมุมต่าง ๆ จาก Wisesight (Thailand)
Smart Living คืออะไร เทคโนโลยีใดบ้าง ที่ช่วยตอบโจทย์วิถีชีวิตคนในปัจจุบัน จาก National Telecom
สแกนใบหน้าอย่างไรให้มั่นใจ ไม่ถูกสวมรอย ในวันที่… AI Deepfake มาแรง จาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
AREA OF SERVICE
Bangkok, Thailand
PHONE
061-023-7370